ป้าติ้น ป้าเล็ก คู่กรณี ไม่เชื่อ ผัวป้าดา ผูกคอดับเพราะสู้คดีหวย 30 ล้านจนหมดตัว (คลิป) - Thailandnews

Latest

Sponsor

Friday, July 19, 2019

ป้าติ้น ป้าเล็ก คู่กรณี ไม่เชื่อ ผัวป้าดา ผูกคอดับเพราะสู้คดีหวย 30 ล้านจนหมดตัว (คลิป)





จากกรณีที่ น.ส.เรวดี หาแก้ว หรือ ติ้น ผู้กล่าวหา นางสุดารัตน์ น้อยนิตย์ หรือ ดา ว่ายักยอกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 เม.ย. 59 มูลค่ารางวัล 30 ล้านบาท และยังอ้างว่าตัวเองถูกรางวัลที่ 1 งวดเดียวกันในปี 60 มูลค่า 30 ล้านบาท อีก 1 งวด โดยร่วมกันซื้อกับนางจรูญ (สงวนนามสกุล) หรือ ติ๋ว จนกลายเป็นข่าวโด่งดัง เบื้องต้นศาลมีคำสั่งยกฟ้องในคดีนี้ ก่อนเจ้าหน้าที่จะมีการไปรวบตัว น.ส.เรวดี ตามหมายจับ ข้อหาแจ้งความอันเป็นเท็จ เพื่อกลั่นแกล้งให้บุคคลอื่นได้รับโทษทางอาญา, หมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา กรณีแจ้งความดำเนินคดีกับนางสุดารัตน์และแจ้งความนางจรูญว่ายักยอกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 เม.ย. 60 เงินรางวัล 30 ล้านบาท


กระทั่งเมื่อวันที่ 18 ก.ค. 62 นางสุดารัตน์เปิดเผยว่า นายพอล วิลเลี่ยม ฮอลแลนด์โจนส์ สามีชาวอังกฤษ ได้ก่อเหตุผูกคอตัวเองตายภายในหมู่บ้าน เนื่องจากความเครียดสะสมเรื่องคดี และหนี้สินจากช่วงที่ผ่านมา
ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 62 น.ส.เรวดี กล่าวถึงกรณีการเสียชีวิตของสามีนางสุดารัตน์ว่า ตนเองทราบแล้ว ตอนนี้เครียดและเหนื่อยมาก ไม่อยากรับรู้หรือพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว ตนไม่ได้ติดต่ออะไรกับนางสุดารัตน์แล้ว ชีวิตนี้ต่างคนต่างอยู่


ด้าน นางวิไลพร รัตนติสร้อย หรือ เล็ก อายุ 60 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนของนางเรวดี และเป็นโจทก์ร่วมฟ้องนางสุดารัตน์ เปิดเผยว่า ทราบข่าวเรื่องสามีนางสุดารัตน์แล้ว แต่ไม่เชื่อว่าเขาผูกคอตายเพราะความเครียดจากการต่อสู้คดี จนต้องหมดเงินและเป็นหนี้ เพราะตนทราบมาจากชาวบ้านที่ไปดูศพว่า นางสุดารัตน์พูดตอนที่มาดูศพสามีว่าเอาสามีฉันไปทำไม ฉันกำลังจะซื้อบ้านซื้อรถให้กับสามี ตนจึงมองว่าหากไม่มีเงินจริง คงไม่กอดศพสามีร่ำไห้แล้วบอกว่าจะซื้อบ้านซื้อรถให้ อีกทั้งไม่คิดว่าการเสียชีวิตของสามีนางสุดารัตน์มาจากการไม่มีเงิน แต่คิดว่าเป็นปัญหาส่วนตัวที่คนรู้ดีที่สุดคือนางสุดารัตน์ ผู้เป็นภรรยา
ส่วนเรื่องที่นางสุดารัตน์อ้างว่าสามีเครียดเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้านมานานนับปี จนจะต้องถึงขั้นถูกไล่ออกจากบ้านนั้น ตนก็เชื่อว่าไม่เป็นความจริง เพราะหากขาดผ่อนส่งบ้านจริง คงถูกไล่ออกจากบ้านไปแล้วตั้งแต่ 3 เดือนแรก และยังเห็นว่าพักอยู่บ้านหลังใหญ่โตอีกด้วย





ทั้งนี้ ภายหลังจากเกิดคดีความกันมานั้น ตนและนางเรวดีก็ไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับนางสุดารัตน์อีก ต่างคนต่างอยู่ ทางใครทางมัน ยืนยันว่าคงไม่ไปร่วมงานศพอย่างแน่นอน เพราะต่างคนต่างเดินคนละเส้นทาง ไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีก และจะไม่มีการติดต่อพูดคุยหรือแสดงความเสียใจแต่อย่างใด หากเจอหน้ากันก็ขอเจอในชั้นศาลเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งคดีความในขณะนี้ยังไม่สิ้นสุด ซึ่งคดีที่นางสุดารัตน์ฟ้องกลับ ตนก็ไม่ได้กังวลใจอะไร เพราะมั่นใจว่าทำอะไรลงไป ถูกผิดรู้อยู่แก่ใจ และมั่นใจว่าไม่เคยเบียดเบียนใคร หรือทำให้ใครต้องเดือดร้อนก่อน

คลิปข่าว




ขอบคุณ amarintv



No comments:

Post a Comment